แต่งงานเริ่มจากอะไรดี? กับ 12 เทคนิค ขั้นตอน เตรียมตัวแต่งงาน

February 17, 2016 Webmaster Uncategorized 0 comments

สำหรับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมือใหม่ ที่อาจจะตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน  หรือเริ่มจากตรงไหนดี สำหรับใครที่ไม่มีเวลาและพอจะมีงบประมาณ อย่าเพิ่งทำอะไรค่ะ ให้คุณคุยกับ Wedding Planner ของคุณก่อนเป็นอย่างแรกค่ะ เพราะเวดดิ้งแพลนเนอร์ จะช่วยดูแลคุณตั้งแต่การวางแผนควบคุมงบประมาณ สรรหาทุกๆอย่างที่คุณอยากได้มาให้คุณ ไปจนถึง การเป็นกันชนไม่ให้คุณมีปากเสียงกับว่าที่เจ้าบ่าวอีกด้วยค่ะ แต่ถ้าหากใครคิดว่า งานแต่งของชั้น ทั้งที ชั้นอยากจะลงมือทำทุกๆอย่าง  เลือกทุกอย่างด้วยตัวชั้นเอง อีกทั้งอยากจะประหยัดงบประมาณไปในตัว วันนี้ทีมงาน FAHEVER PHOTOGRAPHYแนวทาง การเตรียมตัวเข้าสู่พิธีแต่งงาน แบบง่ายๆมาฝากค่ะ เริ่มต้นจาก

 

1. อย่างแรกเลยต้องหาฤกษ์มงคล กำหนดวันแต่งงานค่ะ (จะได้รู้ว่าเรามีเวลามากแค่ไหน)

อันนี้อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคล บ้างก็ไปให้พระดู , หมอดู , พ่อแม่ หรือบางคนอาจถือ ฤกษ์สะดวกก็ แล้วแต่เลยค่ะ แต่ขอให้เคลียร์กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพล มีส่วนในการ ตัดสินใจของทั้ง 2 ฝ่ายให้เข้าใจตรงกัน ให้เรียบร้อยซะก่อนนะคะ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังค่ะ

 

2. ฝ่ายชาย เตรียมสินสอด ทองหมั้น เรือนหอ และอื่นๆเช่น เลือกแหวนแต่งงาน

ถ้ามีแบบในดวงใจแล้วก็สามารถที่จะสั่งทำได้ หรือว่าจะไปดูที่ร้าน แล้วบอกงบ ประมาณให้ทางร้าน ออกแบบให้ก็ได้ อันนี้แล้วแต่สะดวก เตรียมเอาไว้ให้พร้อมตามที่ ตกลงกันกับทางฝั่งว่าที่เจ้าสาวนะคะ ซึ่งอันนี้มากน้อยนั้นไม่สำคัญค่ะ แค่รักมั่นคง จริงใจต่อกันก็พอแล้วเนอะ ^_^

 

3. คิดรูปแบบของงานเลยค่ะว่าอยากได้แบบไหน

ทั้งในส่วนของงานเช้าและงานเย็น อาจคิดไปถึง Theme งานที่สมัยนี้นิยมให้มี ธีมสี มี Gimmick กันเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ทำได้ค่ะ (ทางที่ดีค่ะ คำแนะนำเดิม อย่าลืม!!! พูดคุย สอบถามกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพล มีส่วนในการตัดสินใจของทั้ง 2 ฝ่ายให้เข้าใจตรงกัน ให้เรียบร้อยซะก่อนนะคะ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังค่ะ) จะจัดทั้งหมดกี่วัน กำหนดให้แน่ชัดเลย เพราะแต่ละคู่จะไม่เหมือนกันค่ะถ้าเชื้อสายจีนก็จะมีฤกษ์ หลายฤกษ์ทีเดียว เราจะได้วางแผนกันได้ถูกทั้งในเรื่องของเวลาและงบประมาณจ้า ตัวอย่างเช่น งานพิธีมงคลสมรสช่วงเช้า จะมีอะไรบ้าง ลิสต์ไว้เลยค่ะ บางคู่ อาจจะมี เชื้อสายจีนทั้งคู่ ก็อาจจะมีแค่พิธีหมั้นยกน้ำชาอย่างเดียว / บางคู่ ฝั่งนึงไทย ฝั่งนึง จีน ก็อาจจะต้อง ครบ ทั้งพิธีสงฆ์ พิธีหมั้น ยกน้ำชา ไหว้ผู้ใหญ่  หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ หรือ รดน้ำสังฆ์ จดทะเบียน  พิธีส่งตัว ปูเตียง อะไรก็ว่ากันไป ตามแต่ทั้งสองบ้าน ย้ำนะคะ!!! ทั้งสองบ้านไม่ใช่สองคน จะตกลงกันค่ะ

 

www.fb.com/faheverphotography4. รวบรวมรายชื่อของแขกที่จะเชิญมาในงาน หรืออย่างน้อยๆต้องได้จำนวนแขกที่ค่อนข้างแน่นอนค่ะ

ที่สำคัญต้องไม่ลืมปรึกษาผู้ใหญ่ด้วยในส่วนนี้นะคะ งานลูกสาวลูกชายทั้งที ท่านอยากจะเชิญใครมาเป็นเกียรติบ้าง สอบถามระบุให้แน่ชัดค่ะ จะได้คำนวนงบประมาณ รวมถึงเลือกสรร สถานที่ให้เหมาะสมค่ะ แขกเยอะห้องเล็กๆแคบก็จะทำให้ดูอึดอัดไม่สะดวกสบาย หากแขกน้อยห้องใหญ่เกินไปก็จะกลายเป็นว่างานแต่งของเราดูร้างๆไปซะ อย่างงั้น  ถ้าจะให้ดีควรทราบอายุเฉลี่ยของแขกส่วนมากด้วยค่ะ เพราะจะมีผลกับรูปแบบงานที่จะจัดอีกด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น งานเย็นถ้าบ่าวสาวเน้น เลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นหลัก อยากจะจัดงานเลี้ยงค๊อกเทลแบบวัยรุ่นก็คงไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าหากว่ามีแขกผู้ใหญ่มากกว่า 40% ของจำนวนแขกในงานทั้งหมด จะให้มายืนกันนานๆหลายๆชั่วโมงก็เห็นทีจะไม่ไหว ทำให้งานแต่งงานของเราไม่เป็นที่น่าประทับใจไปโดยปริยายค่ะ

 

5.เมื่อได้รูปแบบแล้วก็จัดแจงจองและมัดจำสถานที่ ให้เรียบร้อยเลยค่ะ ทั้งในส่วนของพิธีเช้าและเย็น

เพื่อให้มั่นใจได้แน่ๆว่าเรามีที่จัดงานแล้วนะ พยายามเลือกที่เดินทางสะดวก ที่จอดรถ ห้องน้ำห้องท่ามีเพียงพอเป็นหลักค่ะไว้บีมจะมาเขียนเทคนิคการเลือกสถานที่และอื่นๆให้ ฟังกันเป็นตอนๆไป ในคราวต่อๆไปนะคะ ส่วนคู่บ่าวสาวคู่ไหนที่เลือกใช้สถานที่ ที่ไม่ได้มี อาหารมาให้ในแพ็คเกจ การจองโต๊ะจีน หรือCatering ก็ควรจัดอยู่ในส่วนนี้นะคะ

 

6.เลือกจองและมัดจำ ช่างภาพ ช่างวีดีโอ และช่างแต่งหน้า ค่ะwww.fb.com/faheverphotography

สาเหตุที่บีมลิสต์สิ่งนี้มาให้ทำเป็นอย่างแรกๆก็เพราะว่า ช่างภาพ ที่ดี มีมาตรฐาน  ที่จะมาเก็บบันทึกความทรงจำในวันสำคัญของ คู่บ่าวสาว แต่ละคู่นั้น แยกร่างไม่ได้ค่ะ  วันฤกษ์ดีในแต่ละปี ก็มีไม่มากนัก ซินแส หมอดูก็มักจะให้ฤกษ์เหมือนๆกัน เพราะฉะนั้น ใครรีบจองและวางมัดจำก่อน มีสิทธิ์ก่อนค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าการสอบถามพูดคุยปากเปล่า ที่ไม่ได้มีการตกลงค่าใช้จ่าย ทำสัญญา มีเอกสารยืนยันคิวงานและการโอนเงินแบบเป็น กิจจะลักษณะ นั้น ไม่ถือว่าเป็นการจองคิวในทางธุรกิจอยุ่แล้วค่ะ ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้ช่างภาพที่เราชื่นชอบ ชื่นชมในผลงานมาถ่ายภาพให้เราในวันแต่งงานจริงๆ พวกเราจึงแนะนำให้รีบจองตัวกันแต่เนิ่นๆค่ะ เพราะในวันฤกษ์ดีหรือศัพท์เทคนิคที่พี่ๆ ช่างภาพเค้าเรียกกันว่า”วันฮอต” ของแต่ละปี ช่างภาพฝีมือดีๆจะถูกจองตัว มัดจำกันไป อย่างรวดเร็วมากค่ะ บางคนถูกจองกันข้ามปีเลยทีเดียว  / ในส่วนของช่างแต่งหน้าก็เช่น กันค่ะ บางท่านอาจจะมีวิ่งงานกันบ้างเช่น งานเย็นรับ 3 งาน แต่งเจ้าสาวคนแรกตอนบ่ายโมง คนที่สองตอนบ่ายสาม คนที่สามตอนห้าโมงเย็น อย่างมากไม่เกินนี้ เพราะฉะนั้นตอนจองก็ควรจะรีบจองค่ะ แล้วก็พูดคุยซักถามกันให้แน่ๆว่าเค้าจะมาแต่งหน้าให้เราตอนกี่โมงถ้าหากมาช้าจะส่งทีมงานที่ไว้ใจได้หรือใครมาดูแลเราก่อนหรือไม่  เป็นต้นค่ะ

 

7. เลือกรูปแบบการ์ดเชิญ ของชำร่วย รวมไปถึงสมุดลงนาม (หากจะสั่งทำ)

เพราะว่าของพวกนี้ค่อนข้างใช้เวลาในการสั่งทำค่ะ ยิ่งหากเป็นดีไซน์ที่บ่าวสาว ต้องการจะสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษแล้วละก็ยิ่งใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ อย่าลืมว่าคู่บ่าวสาวต้องเผื่อเวลาในการจัดส่งการ์ดเพื่อบอกกล่าวกับแขกผู้มีเกียรติที่จะมาในงานแต่งงาน ของเราล่วงหน้าอย่างน้อยๆ 1 เดือนขึ้นไปด้วยนะคะ

 

8. เลือกชุด เจ้าบ่าว เจ้าสาว เราสามารถที่จะซื้อ หรือว่า เช่าก็ได้ อันนี้แล้วแต่สะดวกค่ะ

อาจจะหาเลือกแบบไว้ในใจแล้วค่อยเอาไปให้ทางร้านดูก็จะช่วยให้ง่ายมากขึ้นใน การตัดสินใจค่ะ ข้อแนะนำของบีมคือเลือกหลายๆร้าน แต่ก็อย่าหลายมากจนคุณว่าที่เจ้า บ่าวละเหี่ยใจไปซะก่อนนะคะ อิอิ นอกจากนั้น อย่าเพิ่งตัดสินใจจ่ายเงินก่อนที่คุณจะได้ลองค่ะ บางชุดเห็นในแบบว่าสวยแต่คุณใส่มาแล้วอาจจะพลาดแต่ไปดูดีบนชุดแบบอื่นๆก็ได้ค่ะ ให้ทางcostume ที่ร้านช่วยแนะนำก็ได้ค่ะ เพราะเค้ามีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับชุด มากกว่าเจ้าสาวมือใหม่แบบเราๆ อีกทั้งยังมีประสบการณ์ให้คำแนะนำกับเจ้าสาวหุ่นหลากหลายแบบมานับไม่ถ้วนค่ะ ที่สำคัญเรื่องของน้ำหนักหากจะลดก็ควรรีบลดแล้วรักษาน้ำหนักให้คงที่ซักนิดนึงก่อนจะไปตัดชุดนะคะ ไม่อย่างนั้นคงจะต้องไปฟิตติ้งแก้ไซส์กันจนชุดช้ำแน่ๆเลยค่ะ

 

OilEak wedding Benedict by FaheverPhotography13879. ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง Pre-Wedding รวมไปถึงการสั่งทำอัลบั้มหน้างาน อัดรูปขยายหน้างานค่ะ

ส่วนนี้แล้วแต่ความชอบของคู่บ่าวสาวเลยค่ะ ถามว่าจะถ่ายไปทำไมเดี๋ยววันแต่งงาน ก็ต้องถ่ายอยู่ดี ถ้าถามบีมก็คงจะตอบว่า มันคนละ Feeling  ค่ะ การถ่ายภาพ Pre- Wedding จะมีแค่คู่บ่าวสาวเท่านั้นค่ะ ซึ่งปัจจุบัน การถ่ายภาพ Pre-Wedding นั้นภาพ ที่ออกมา80% มักจะหน้าเป๊ะค่ะ เป๊ะในที่นี้คือสวยเป๊ะ ผอมเป๊ะกันเลยทีเดียว  เนื่องจากผ่านการ Retouch  มาอย่างดีค่ะ แต่ในส่วนของภาพวันงาน ช่างภาพส่วนมากจะถ่ายภาพไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้มีการเซ็ทจัดท่าอะไรมากนัก ภาพที่ออกมาจะมีทั้งคู่บ่าว สาวและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานค่ะ ก็ให้ความรู้สึก ความทรงจำกันต่างไปคนละแบบ จะถ่ายหรือไม่อันนี้คู่บ่าวสาวตกลงกันตามชอบเลยค่ะ อีกทั้งการถ่ายพรีเวดดิ้ง ยังเพิ่มโอกาสในการลองแต่งหน้าทำผม กับช่างแต่งหน้าที่เจ้าสาวสนใจแต่ไม่รู้ฝีมือว่าจะดีหรือไม่ แต่งคนอื่นสวยจะแต่งเราสวยมั้ย? นิสัยเป็นอย่างไรมาตรงเวลามั้ย? ซึ่งการจะไปเทสแต่งหน้าก็จะมีค่าใช้จ่ายเท่าวันจริงเพราะใช้เวลาและเครื่องสำอางไม่ต่างกัน ก็ถือโอกาส ให้มาลองวันถ่ายพรีซะเลยจะได้คุ้มค่า หรือเจ้าสาวบางคนจะได้ใส่ชุดที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้ใส่ตอนวันงาน เช่นสาวหมวยเชื้อสายจีน วันงานจัดพิธียกนำ้ชา แต่ใจรักการใส่ชุดไทย ครั้นจะให้ใส่ชุดไทยไปยกน้ำชาก็จะเขินๆแปลกๆ ก็ถือโอกาสใส่ถ่าย พรีเวดดิ้งเก็บไว้เป็นที่ระลึกไปเลย รวมถึงได้ลองชุดแต่งงานหลายๆทรงว่าทรงไหนเราใส่ออกมาแล้วเป็นยังไงจะ ได้นำไปใช้ตัดสินใจตอนจองชุดวันจริงอีกทีก็ไม่ผิดค่ะ   ส่วนบางคู่คบกันนานไปเที่ยวกันบ่อยๆก็อาจจะเอารูปถ่ายที่เคยไปเที่ยวที่ต่างๆด้วยกันมานั่นแหละมาโชว์ไว้หน้างานหากจะถ่ายก็ควร เผื่อเวลาสำหรับการทำไฟล์ภาพ การตกแต่งภาพ การนำภาพไปทำอัลบั้ม การนำภาพไปอัดกรอบกันซักนิดนึงเพราะทุกๆ Process  ย่อมต้องใช้เวลาค่ะ นอกจากนี้คู่ไหนที่จะนำไปประกอบใน Presentation ก็ยิ่งจะต้องเผื่อเวลาให้มากๆเลยนะคะ

 

10. สั่งทำ Presentation อันนี้ตามชอบเลยค่ะว่าอยากให้มีหรือไม่ แนวไหน อย่างไร

เช่น ชอบการ์ตูน ชอบเล่าเรื่องเป็นบทสัมภาษณ์ หรือจะเป็นMV ประกอบเพลง หรือ จะแค่เอาภาพ  Pre-Wedding มาทำเป็น Presentation SlideShow ก็เลือกกันได้ตาม ชอบใจเลยค่ะ   หรือใครอยากประหยัดงบประหยัดเวลา เดี๋ยวนี้ก็นิยมในการใช้ภาพบรรยากาศวันงานในช่วงเช้ามาเปิดฉายแทน Presentation ตอนงานเลี้ยงฉลองค่ะ  นอกจากประหยัดที่จะไม่ต้องจองสถานที่ถ่ายทำ แต่งหน้าทำผมกันเพิ่มอีกวันสำหรับ  Presentation แล้วยังทำให้แขกที่ไม่ได้มีโอกาสมาร่วมงานในตอนเช้าได้ชมบรรยากาศ ไปพร้อมๆกันอีกครั้งด้วยค่ะ ซึ่งหากคู่ไหนอยากจะใช้แนวทางนี้ก็อาจจะต้องสอบถามพูดคุย กับช่างภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว Cinematography กันซักนิดค่ะว่า ตามกำหนดเวลา ของคู่ของคุณนั้น ทีมงานสามารถทำให้ได้หรือไม่ รูปแบบจะออกมาเป็นอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มมาบ้างค่ะ

 

11. ติดต่อจองและมัดจำDecoration ตกแต่งภายในบริเวณงาน รวมไปถึง แสงสีเสียง Bubble Dryice และวงดนตรี

Didee Nat wedding by FaheverPhotography00011796ลองสอบถามทางสถานที่ดีๆถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในกรณีนำเข้าจากข้างนอกค่ะ เสียน้อยเสียมากแล้วแต่ที่ค่ะ บางโรงแรมจะมีเจ้าที่เค้ามี deal กันไว้อยู่แล้วก็ต้องลอง สอบถามจากเซลล์ดูค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีในส่วนของ พิธีกรมืออาชีพรวมไปถึงแม่งาน รันคิวที่อยากให้มาช่วย ดูแลความเรียบร้อยในงานแต่งงานของคุณค่ะ  ในส่วนของพิธีกรหากมีเพื่อนๆที่สนิทสนม พอจะขึ้นเวทีได้ก็อาจจะให้เพื่อนๆมาเป็นให้ก็ได้ค่ะ แต่ต้องแน่ใจว่าเค้าจะรู้จักดึงความสนใจแขกทำให้งานไม่กร่อยและไม่ตื่นเต้นจนผิดคุยนะคะ เพราะบางคนเวลาปกติพูดเก่ง มากแต่พอขึ้นเวทีเจอไฟส่องหน้าเจอคนเป็นร้อยเจอลำดับพิธีการที่ไม่คุ้นเคยกลับกลายเป็น พูดไม่ออก พางานล่มมากันนักต่อนักแล้วนะคะ  ถ้าหากใครอยากให้เพื่อนๆได้มาเป็นแขกสนุกกันเต็มที่ และอยากแน่ใจว่างาน ทั้งหมดที่คุณลงทุนลงแรงไป จะออกมาราบรื่นสวยงาม ช่วงไหนควรซึ้ง ช่วงไหนควรสุภาพ  ช่วงไหนควรสนุก การจ้างทีมงานมืออาชีพมาดูแลตรงนี้แทนก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า มากทีเดียวๆค่ะ คู่บ่าวสาวจะได้ไม่ต้องคอยพะวงดูแลทุกๆอย่างเอง ไม่ต้องยืนเขินกันบน เวทีเวลาพิธีกรที่เป็นเพื่อนๆ เกิดสนุกปากล้อเลียน หรือหลุดความลับน่าอายอะไรออกไปบน เวทีค่ะ นอกจากนี้พิธีกร งานแต่งงานอาชีพ ยังมีการแต่งกายที่สุภาพ เหมาะสมกับงาน รวม ไปถึงรู้คิวรู้มุมกล้อง ว่ามุมไหนควรอยู่ตรงไหน ไม่บังช่างภาพ เวลาไหนควรดึงควรยื้อเพื่อ ให้ช่างภาพทำงานง่ายขึ้น ทำให้งานออกมานอกจากจะราบรื่นสวยงามในสายตาแขกที่มาร่วมงานแล้ว บ่าวสาวยังได้ภาพช๊อตประทับใจที่ไม่ควรพลาดเก็บไว้ดูหลังจบงานอีกด้วยค่ะ

 

12.การซื้อคอร์สเสริมความงาม ลดความอ้วน จองที่พักฮันนีมูน

เพื่อให้สวยที่สุดในวันแต่งงงานก็ได้นะคะอันนี้แล้วแต่ชอบเลยค่ะ ปัจจุบันมีให้เลือก มากมาย ส่วนใครที่ไม่อยากเสียเงินซื้อคอร์สแพงๆจะหาสูตรดูแลตัวเองกันทางinternet ก็ ไม่ผิดแถมยังหลากหลายอีกด้วยค่ะ ส่วนฝั่งหนุ่มๆ ว่าที่เจ้าบ่าวถ้าอยากจะพากันไป ฮันนีมูน ที่ไหนก็สามารถเลือกและจองกันได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยค่า

 

เอาล่ะค่ะ ผ่านไปแล้วกับ 12 เทคนิค ขั้นตอน เตรียมตัวแต่งงาน แบบคร่าวๆค่ะ  หวังว่า ว่าที่เจ้าสาว และว่าที่เจ้าบ่าวทุกๆท่านที่ได้อ่านจะสามารถนำไปปรับใช้ในการวาง แนวทาง งานแต่งงาน ของตัวเองกันได้ไม่มากก็น้อยนะคะ อย่าลืมติดตามข้อมูลดีๆจาก บีม และทีมงาน FAHEVER PHOTOGRAPHY กันได้ใหม่ใน บทความต่อๆไปนะคะ

 

☆҉‿➹⁀☆҉☆҉‿➹⁀☆҉‿➹⁀☆҉☆

FAHEVER PHOTOGRAPHY

Contact : 087-6884012 , 080-450-0999 (บีม)

Line ID : beamonster

Instagram : faheverphotography

E-mail : faheverphotography@gmail.com

Facebook : http://www.facebook.com/faheverphotography

Official Website : http://www.faheverphotography.com

☆҉‿➹⁀☆҉☆҉‿➹⁀☆҉‿➹⁀☆҉☆

— ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ในเว็บไซด์นี้ อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์

กรุณาอย่าคัดลอกและเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต —

About the Author